วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555




อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน 

หมู่เกาะกลางทะเลอันดามันที่เป็นเลิศในด้านความงามของปะการังใต้ท้องทะเล อยู่ที่ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ครอบคลุมพื้นที่ 80,000 ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2525 






 ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึง เดือนเมษายน เป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนช่วงเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน เป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีคลื่นลมแรงเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติ จะประกาศปิดเกาะในเดือนพฤษภาคมเพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติทุกปี


การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
          ท่าเรือทับละมุ อำเภอท้ายเหมือง อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 70 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายพังงา - ตะกั่วป่า และเป็นท่าเรือที่อยู่ใกล้อุทยานฯ ที่สุด ประมาณ 40 กิโลเมตร จากท่าเรือทับละมุใช้เวลาในการเดินทางไปหมู่เกาะสิมิลันประมาณ 3 - 4 ชั่วโมง มีเรือให้เช่าหลายขนาด สำหรับ 30 คน ราคาประมาณ 10,000 บาท และ 40 คน ราคาประมาณ 12,000 บาท และใกล้ๆ บริเวณท่าเรือทับละมุมีที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเดินทางไปหมู่เกาะสิมิลัน มีเรือขนาด 80 คน ราคา 2,300 บาท/คน (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้)

          ท่าเรือคุระบุรี อำเภอคุระบุรี อยู่ห่างจากหมู่เกาะสิมิลัน 70 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 3 ชั่วโมง สามารถติดต่อเช่าเรือได้ที่ คุระบุรี กรีนวิว รีสอร์ท

          ท่าเรือหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ก็สามารถเดินทางไปอุทยานฯได้ ระยะทาง 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัทนำเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต หรือเดินทางโดยเรือท่องเที่ยวของบริษัทเอกชน


ที่พัก

          อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน มีบริการบ้านพักเป็นเรือนแถว พักได้ห้องละ 4 คน จำนวน 10 ห้อง ราคา 600 บาท พักได้ 2 คน จำนวน 5 ห้อง ราคา 1,000 บาท มีบริการเต็นท์ให้เช่า หลังละ 100 – 300 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์คนละ 40 บาท/คืน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวต้องเสียค่าขึ้นเกาะ นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน โทร.0-7642-1365 สำนักงานบนฝั่ง โทร.0-7659-5045 หรือสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช โทร.0-2562-0760


 ที่มา  http://travel.kapook.com/view668.html
ดอยอ่างขาง












สถานีเกษตรหลวงดอยอ่างขาง ตั้งขึ้นโดยสืบเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จ พระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร ที่หมู่บ้านผักไผ่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และได้้ เสด็จผ่านบริเวณบริเวณดอยอ่างขางทรงทอดพระเนตรเห็นว่าชาวเขาส่วนใหญ่ที่ อาศัยอยู่บริเวณนทำการปลูกฝิ่น แต่ยัง ยากจน ทั้งยังทำลายทรัพยากรป่าไม้ ต้นน้ำลำธารที่เป็นแหล่ง สำคัญต่อระบบนิเวศน์ ซึ่งจะก่อให้เกิดความ เสียหายต่อส่วนอื่น ๆ ของประเทศได้ จึงทรงมีพระราชดำริว่าพื้นที่นี้มีภูมิอากาศที่หนาวเย็นมีการปลูกฝิ่นมากไม่ มี ป่าไม้อยู่ เลยและ สภาพพื้นที่ไม่ลาดชันนักประกอบกับ พระองค์ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่ากับที่ได้จาก การปลูกท้อพื้นเมือง และทรงทราบว่าที่สถานีทดลองไม้ผลเมืองหนาว ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทดลอง วิธี ติดตาต่ิอกิ่งกับท้อฝรั่ง จึงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1500 บาท เพื่อซื้อ ที่ดินและไร่ในบริเวณ ดอยอ่างขาง ส่วนหนึ่ง จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ เมื่อ พ. ศ. 2512 โดยทรงแต่งตั้งให้้หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้สนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งมูลนิธิโครงการหลวง ใช้เป็น สถานีวิจัยและทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิด ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ผัก ไม้ดอกเมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่าง แก่เกษตรกรชาวเขาในการ นำพืชเหล่านี้มาเพาะปลูก ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้พระราชทานนาม ว่า สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

สถานีเกษตรหลวงอ่างขางอยู่ในเขตหมู่บ้านคุ้มหมู่ ที่ 5 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 1,400 เมตร คำว่า “อ่างขาง” ในภาษาเหนือหมายถึง อ่างรูปสี่เหลี่ยมตามลักษณะของ ดอยอ่างขางซึ่ง เป็นดอยที่มีรูปร่างของหุบเขา ยาวล้อม รอบประมาณ 5 กิโลเมตร กว้าง 3 กิโลเมตร ตรงกลางของอ่างขางเดิม เป็นเป็นภูเขาสูง เช่นเดียวกับบริเวณโดยรอบ แต่เนื่องจากเป็นภูเขาหินปูน เมื่อถูกน้ำฝนชะก็จะค่อยๆ ละลายเป็น โพรงแล้วยุบตัวลงกลายเป็นแอ่ง มีพื้นที่ราบ ความกว้างไม่เกิน 200 เมตร สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มีพื้นที่ใช้ ทำ การเกษตรในงานวิจัยประมาณ 1,800 ไร่ มีหมู่บ้านชาวเขาที่ทางสถานีฯให้การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพรวม
6 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหลวง บ้านคุ้ม บ้านนอแล บ้านปางม้า บ้านป่าคา และบ้านขอบด้ง ซึ่งประกอบไปด้วย ประชากร 4 เผ่าได้แก่ ไทยใหญ่ มูเซอดำ ปะหล่อง และจีนฮ่อ อุณหภูมิเฉลี่ย ตลอดปีประมาณ 17.7 องศาเซล เซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 องศาเซลเซียสในเดือนเมษายน และอุณหภูมิต่ำสุด–3 องศาเซเซียสในเดือนมกราคม ซึ่งหากมาเที่ยวในช่วงดังกล่าวอาจพบกับ แม่คะนิ้งหรือน้ำค้างแข็งได้

ที่่มา   http://www.paiduaykan.com/76_province/north/chiangmai/angkhang.html 




น้ำตกร้อนคลองท่อม


บ้านบางคราม-บ้านบางเตียว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ 










น้ำตกร้อนคลองท่อม ตั้งอยู่บริเวณบ้านบางคราม-บ้านบางเตียว Unseen in Thailand เป็นน้ำพุร้อนแห่งหนึ่งในบรรดาน้ำพุร้อนอีกหลายแห่งที่กระจัดกระจายอยู่ใน บริเวณนี้ น้ำจะไม่ร้อนมากนัก เหมาะแก่การลงไปแช่น้ำ น้ำที่ไหลมาไม่ค่อยแรงมากนัก โดยซึมขึ้นมาจากพื้นดินแล้วไหลลงสุ่ที่ราบ ลำธารที่น้ำร้อนไหลผ่านจะมีสีเขียวของตะกอนและมีควันลอยขึ้นมาให้เห็น บริเวณโดยรอบเป็นมีต้นไม้ปกคลุมร่มรื่น และยังมีบ่อกักเก็บน้ำร้อนก่อนทางเข้าน้ำตก นักท่องเที่ยมักลงไปแช่น้ำเพื่อรักษาสุขภาพ และความสบายตัว มีอุณหภูมิประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส สายน้ำไหลไปรวมกันตามความลาดเอียงของพื้นที่ 

ค่าธรรมเนียมการเข้าชม

คนไทย เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท
ต่างชาติ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท 

เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 08.30 น. ถึง 17.00 น. ทุกวัน 


การเดินทาง
อยู่ห่างจากอำเภอเมืองกระบี่ตามถนนเพชรเกษม (กระบี่-ตรัง) ประมาณ 45 กิโลเมตรจากนั้นแยกเข้าถนนสุขาภิบาล 2 ตรงที่ว่าการอำเภอคลองท่อมไปอีก 12 กิโลเมตร



ที่มา  http://www.annaontour.com/province/krabi/hot-wall.php


ถ้ำมรกต และ เกาะมุก 

ต.เกาะลิบง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง







ถ้ำมรกต และเกาะมุก เป็นทะเลฝั่งอันดามันที่มีชื่อเสียงของ จ.ตรัง นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวทะเลตรัง จะไม่พลาดกับการเดินทางเข้าชมถ้ำมรกต ซึ่งถือว่าเป็น Unseen in Thailand จากปากทางเข้าถ้ำเป็นโพรงเล็กๆ สูงพ้นระดับน้ำพอเรือลอดได้ หรือต้องว่ายน้ำเข้าไปถ้าหากน้ำมาก ระยะทาง 80 เมตร บริเวณปากทางเข้าถ้ำแสงจากภายนอกจะสะท้อนกับน้ำภายในถ้ำทำให้เห็นน้ำเป็นสี เขียวมรกต ดูแปลกตาและสวยงามตามธรรมชาติอย่างยิ่ง เมื่อพ้นปากถ้ำออกมาอีกด้านหนึ่งจะเห็นหาดทรายขาวสะอาดล้อมรอบด้วยหน้าผาสูง ชัน เกาะมุก ลักษณะของเกาะทางด้านทิศตะวันตกส่วนใหญ่เป็นโขดหน้าผาหินสูงตระหง่านหันหน้า ออกสู่ทะเล ทางฝั่งตะวันออกเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง ที่ยังคงวิถีชีวิตของชาวเกาะไว้อย่างดีสามารถเดินเที่ยวรอบเกาะได้ การเดินทาง นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเกาะมุก สามารถลงเรือจากท่าเรือปากเมง อำเภอสิเกา ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที ค่าเช่าเรือเหมาลำราคาประมาณ 1,500 บาท/วัน หรือนั่งเรือโดยสารขึ้นที่ท่าเรือกวนตุงกู ค่าเรือคนละ 40 บาท ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง


ที่มา  http://www.annaontour.com/province/trang/tham-green.php

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

ชมพูภูคา บนดอยภูคา จ.น่าน






ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นเดือนเดียวที่ดอกชมพูภูคาจะบานบนดอยภูคาจังหวัดน่าน
 
ชมพูภูคา (Bretschneidera sinensis) พันธุ์ไม้ที่ได้ชื่อว่าหายากที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง เคยพบในมณฑลยูนนานของจีน ก่อนจะสูญพันธุ์ไป และมีการค้นพบอีกครั้งในประเทศ
ไทยที่ดอยภูคา จังหวัดน่าน พันธุ์ไม้ชนิดนี้จึง หลงเหลืออยู่ในโลกเพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ประเทศไทย ในรอบหนึ่งปี ชมพูภูคานี้จะออกดอกสีชมพูเป็นช่อสวย สดใส เฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้น
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ช่วงเวลาเช้า
ฤดูกาลที่ดีที่สุด :
เดือนกุมภาพันธ์
จุดชมวิวที่ดีที่สุด : จุดชมที่อุทยานฯ จัดทำไว้โดยเฉพาะ


เส้นทางการเดินทาง จาก จ.น่าน ใช้ทางหลวงหมายเลข 1080 ถึง อ.ปัว ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 1256 สู่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่ ททท.สำนักงานแพร่ โทร. 054-521-118-9, 054-521-127

แหล่งที่มา  http://travel.sanook.com/932200/ชมพูภูคา-แหล่งเดียวที่พบได้บนดอยภูคา-จ.น่าน